ร้านอาหารที่เหล่าโอตะนิยมกันไปฝากท้อง

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะครับว่า ฝากท้อง ณ ที่นี้ หมายถึง การไปโนมิไค หรือที่แปลเป็นไทยก็ประมาณว่าไปดื่มกันนั่นแหละครับ ไม่ได้หมายความว่าตั้งครรภ์แล้วไปฝากท้องนะครับ 5555

มีโอตะชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งเคยกล่าวกับผู้เขียนว่า “อีเวนท์ไอดอลจะสมบูรณ์ได้ ต้องมีองค์ประกอบอยู่ 3 อย่าง นั่นก็คือ ไลฟ์ ทคคุเตงไค และโนมิไค” กล่าวคือ นอกจากไลฟ์ที่เราได้เชียร์ ได้ปลดปล่อย ได้สนุกไปกับมันแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ทคคุเตงไค หรือช่วงเวลาที่เราได้จับมือ ถ่ายรูปเชกกิ นั่นแหละครับ ช่วงเวลานี้มันสำคัญตรงที่ว่า คุณจะได้ถ่ายทอดความรู้สึกของคุณที่ได้รับจากงานในวันนั้นให้ไอดอลได้รับรู้ และสุดท้ายก็คือ โนมิไค หลายท่านอาจจะแค่ได้ไปดูไลฟ์ กับ ทคคุเตงไค แค่นี้ก็ฟินขั้นสุด กลับบ้านไปนอนหลับฝันดีแล้วใช่มั้ยครับ แต่โนมิไคก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยเติมเต็มให้วันนั้นเป็นวันที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นได้ครับ

จุดประสงค์ของโนมิไคหลักๆก็คือ เอาไว้พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น บอกเล่าความรู้สึกต่างๆที่ได้พบเจอภายในงานวันนั้น กับเพื่อนโอตะท่านอื่นๆ และสิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดนั่นก็คือ เป็นการกระชับความสัมพันธ์ของเหล่าโอตะให้แน่นแฟ้นกันมากขึ้นนั่นเอง วันนี้ผมก็เลยจะมาแนะนำร้านอาหารที่เหล่าโอตะชอบไปนั่งดื่ม ไปหาอะไรกินกัน หลังจบไลฟ์ครับ

 

1. Ikkenme Sakaba (一軒め酒場)

ที่มารูปภาพ : https://www.yoronotaki.co.jp/store/ikkenme/

ร้านแรกก็คือ “อิคเคนเมะ สาคาบะ” ร้านแฟรนไชส์สไตล์อิซากายะที่หาได้แทบจะทุกที่ในโตเกียว จุดเด่นของร้านนี้ก็คือ เมนูอาหารที่สุดแสนจะถูก เครื่องดื่มมีให้เลือกมากมาย ร้านนี้จึงเป็นร้านที่เหล่าโอตะมักจะนึกถึงกันเป็นร้านแรกๆเมื่อคิดที่จะไปโนมิไคกัน

 

2.Chiba-Chan (ちばチャン)

ที่มารูปภาพ : https://www.hotpepper.jp/strJ001168512/

ต่อมาก็คือร้าน “จิบะจัง” อีก 1 ร้านสไตล์อิซากายะที่เรียกได้ว่าเป็นตำนานเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเมนูโอบากะ หรือ เมนูจานยักษ์ของที่นี่ เช่น ไก่คาราอาเกะยักษ์ ยากิโซบะยักษ์ ต้องบอกว่ายักษ์จริงๆ แถมรสชาติก็ยังอร่อยอีกด้วย เมนูเครื่องดื่มแก้วยักษ์ก็มี และเมนูอื่นๆก็มีให้เลือกอีกมากมาย เรียกได้ว่าถ้ามีโอกาสต้องไปลองให้ได้เลยนะครับ ร้านนี้มีสาขาหลักๆอยู่ที่ ชิบุย่า ชินจุกุ อะกิฮาบาระ และ อิเคะบุคุโระ ครับ

 

3.Jeishibuya (J渋谷)

ที่มารูปภาพ : http://portal.nifty.com/kiji/130922161850_1.htm

ที่มารูปภาพ : https://tabelog.com/en/tokyo/A1303/A130301/13117619/

ร้านต่อมาก็คือร้าน “เจ” ร้านอาหารจีนสไตล์อิซากายะที่เปิดตลอด 24 ชม. ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ชิบุย่า เป็นร้านที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่โอตะ สังเกตได้จากรูปภาพข้างบนตรงมุมที่กดน้ำจะเห็นได้ว่า โอตะที่ได้แวะเวียนมาสังสรรค์กันที่ร้านนี้ก็จะนำใบปลิวของไอดอลวงที่ตัวเองชอบมาติดโปรโมตเอาไว้กันเพียบ 5555 และจุดเด่นอีกอย่างของร้านนี้ก็คืออาหารที่อร่อย ราคาไม่แพงครับ

ถ้าใครสนใจจะไปร้านนี้ ที่ตั้งของร้านอาจจะหายากนิดนึงครับ แต่ถ้ารู้จักทางไป Don Quijote สาขาชิบุย่า ก็ให้เดินตามทางนั้นไปได้เลย แล้วให้สังเกตขวามือถ้าถึงร้าน H&M ตึกที่ตั้งของร้านนี้จะอยู่ตรงข้ามกับ H&M พอดีเลยครับ สังเกตโลโก้ร้านตามรูปที่ผมแปะเอาไว้ได้เลยครับ

 

4.Akafudaya (赤札屋)

ที่มารูปภาพ : http://r.gnavi.co.jp/g-interview/entry/fcf/2516

ร้านต่อมาก็คือ “อะกะฟุดะยะ” สาขารปปงหงิ อีก 1 ร้านสไตล์อิซากายะที่สามารถนั่งได้จนถึงเช้า เมนูก็มีให้เลือกหลากหลายทั้งญี่ปุ่น และจีน ถ้าหากได้ไปดูไอดอลในแถบรปปงหงิ ก็สามารถแวะเวียนไปใช้บริการกันได้ ร้านนี้สามารถเปิด Google Maps หาได้ไม่ยากครับ

 

5.Sakura Suisan (さくら水産)

ที่มารูปภาพ : https://www.sakusui.jp/

ร้านต่อมาก็คือ “ซากุระซุยซัน” อีก 1 ร้านแฟรนไชส์สไตล์อิซากายะ ที่น่าจะเคยผ่านหูผ่านตาใครหลายๆคนมาแล้ว แนะนำว่าอยากให้ลองแวะเข้าไปใช้บริการกันครับ เพราะด้วยเมนูซูชิ ซาชิมิ ที่ราคาไม่สูงมาก แต่รสชาติอร่อย รวมทั้งเมนูอื่นๆก็มีให้เลือกอีกมากมาย ร้านนี้จึงเป็นอีกร้านที่เหล่าโอตะเลือกที่จะไปสังสรรค์กันบ่อยๆ

 

6.AnAn (安安)

ที่มารูปภาพ : https://r.gnavi.co.jp/76jw1fn40000/

ที่มารูปภาพ : http://fuji-tatsu.co.jp/index.html

ถ้าเนื่องในโอกาสพิเศษ เช่น วันนั้นเป็นงานเซตันของเมมเบอร์ หรือ เป็นวันรีลีสซิงเกิล ก็ย่อมที่จะมองหาอะไรที่มันพิเศษขึ้นมาหน่อยเป็นธรรมดาใช่มั้ยครับ และร้านสุดท้ายที่จะแนะนำก็คือ “อันอัน” ร้านแฟรนไชส์สไตล์ปิ้งย่างที่เหล่าโอตะนิยมไปกินกัน เนื่องด้วยร้านนี้มีหลายสาขา หาได้ไม่ยาก และราคาที่เป็นมิตร ทำให้เวลาที่เหล่าโอตะคิดที่จะไปทานปิ้งย่างกันหลังจบไลฟ์ ก็มักจะนึกถึงร้านนี้มาเป็นอันดับต้นๆ

 

สำหรับร้านอาหารที่จะไปโนมิไคกันนั้นมีเยอะแยะมากมาย ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นร้านที่แนะนำไปข้างต้น อย่างเช่น ร้านประจำของใครหลายๆคนอย่าง Saizeriya หรือ Gusto เป็นต้น หรือจะแค่ไปหาข้าว หาราเมนกินกันปกติทั่วไปก็ได้ครับ เพียงแต่ร้านที่แนะนำไปข้างต้นนั้น ตัวผู้เขียนกับพวกเพื่อนๆโอตะชาวญี่ปุ่นที่รู้จักกัน นิยมไปใช้บริการกันบ่อยๆก็เท่านั้นเอง และถ้าสังเกตดีๆจะเห็นได้ว่าทุกร้านที่แนะนำไปนั้นจะเน้นในเรื่องของราคาเป็นหลัก เพราะแค่ค่าตั๋วเข้างาน ค่าบัตรจับมือ บัตรถ่ายเชกกิ เงินก็แทบจะร่อยหรอกันแล้วใช่มั้ยครับ 5555

สุดท้ายนี้ก็อยากจะฝากไว้ว่า ถ้ามีโอกาสก็อยากจะให้ลองไปโนมิไคกับโอตะชาวญี่ปุ่นกันดูครับ เพราะนอกจากจะได้เพื่อนใหม่แล้ว ยังเป็นการฝึกภาษาที่ดีมากๆด้วย โดยเฉพาะการฟังครับ 5555 ดีไม่ดีถ้าเจอเพื่อนโอตะใจดี และด้วยความที่เราเป็นชาวต่างชาติ มื้อนั้นอาจจะเป็นมื้อที่เราได้ทานฟรีๆ หรือ ออกเงินน้อยกว่าโอตะท่านอื่นๆก็ได้ครับ ส่วนเพื่อนๆท่านใดที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก็ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะผมเองก็ไม่ดื่มเหมือนกัน ส่วนเพื่อนโอตะก็ไม่มีใครคะยั้นคะยอให้ดื่มนะครับ แต่อาจจะเพียงแค่ถามว่า “ทำไมถึงไม่ดื่มเหรอ” เราก็อธิบายไปแค่นั้นก็จบครับ

 

เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย

เวลาที่ไปโนมิไค หลังจากได้ที่นั่งเรียบร้อย อันดับแรกจะสั่งเครื่องดื่มก่อน พอเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ จะดื่มทันทีเลยไม่ได้ครับ จนกว่าจะเสิร์ฟครบหมดทุกคน และจะมีตัวแทนพูดบางสิ่งบางอย่าง พอพูดจบ ทุกคนก็จะพูด “โอสึคาเร” หรือ “คันไป” พร้อมกัน พร้อมกับชนแก้ว และอาจจะลุกไปชนแก้วกับคนที่นั่งไกลจากตัวเราด้วยก็ได้ หลังจากนั้นถึงจะเริ่มดื่มได้ครับ